วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2550

สะบายดีหลวงพะบาง





สะบายดีหลวงพะบาง

วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๐ มาถึงหลวงพระบางวันแรกจ้ะ









ออกจากเชียงใหม่ มุ่งสู่ หลวงพระบาง โดยสายการบินลาว จ้ะ
ออกจากเชียงใหม่ตอน สามโมงสิบห้า ถึง หลวงพระบางโดยปลอดภัย (อาหารเก๊าะอร่อยดี เป็นแฮมเบอร์เกอร์ปลา กะ ขนม อิอิอิ) ประมาณ สี่โมงครึ่งน่ะ จ้ะ


อัตราแลกเปลี่ยนเจ๋าค่า...(คิดเลขจนมึน...แหะๆ ความจริงก็คือ กดเครื่องคิดเลขจนเมื่อยนิ้วตังหาก แหะๆ)

วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๐ อยู่เป็นวันที่สองจ้ะ

...ซุดซิด แสนหงุดหงิด เพราะ ซุดซิด เหนื่อยเหลือหลาย
ตั้งใจมาผ่อนคลาย แบบสบาย เฉื่อย ๆ ชา ๆ
แต่นี้ต้องมาปั่น (จักรยาน) และปั่น และปั่น จนเมื่อยขา
ซุดซิดเมื่อยกายา อีกแดดพาให้หมดแรง...

!!จริง จริง ทางไม่ไกล แต่มีใคร (บางคน) นำให้หลง
ซุดซิด (คราวนี้) ไม่งง เพราะงั้นเธอจึง (กลาย) เป็นผู้นำทาง!!


[+ + วู้ วู้ นาน นาน จะเป็นผู้นำเสียที + +]

ตอนหลงนั้นไม่ค่อยเหนื่อย เพราะว่าไม่เมื่อย แค่ปั่นลงเนิน
แต่ว่าบังเอิญ พบว่า (ถ้า) จะกลับทางเดิมต้องย้อนขึ้นไป .. โอ ก๊อด

ซุดซิด เหงื่อตก ตัวดำ ไม่มีอารมณ์ขำ แม้ตลกในโชคชะตา
(อยู่ดีไม่ว่าดี มาออกกำลังกายตอนอาทิตย์ตรงหัวเป๊ะ ณ ต่างบ้านต่างเมือง)
แม้ว่าจะหลงหลายที แต่ได้ไปที่ (เที่ยว) หลายที่ด้วยกัน ดังต่อไปนี๊ยยยยยยยย...

ที่หนึ่ง ที่ไปรษณีย์ (La Poste) (แต่ดั๊น..) แวะซื้อโปสการ์ด (และเขียน+ติดแสตมป์พร้อมส่ง) เร็วรี่ ที่ร้านถัดไป
( ...แหะ ๆ ..แหม ๆ ก็โปสการ์ดที่ La Poste ไม่ค่อยสวย แถมแพงกว่าด้วย นี่นา นี่นา ... แต่ผลเก๊าะคือ..กลับมาได้จนครบอาทิตย์แล้ว โปสการ์ดที่ส่งยัง บ่ มาถึงมือข้อยเลย..อ่ะฮือ อ่ะฮือ) **ตอนนี้ได้รับแล้วจ้า**




ที่สอง เก๊าะคือเที่ยว วัด ที่ชาวบ้าน (แถวนั้น) เค้าจัด กรวยดอกไม้(เอา)ไว้รอท่า
(แต่ต้องเสียสตางค์นะเจ้าคะ..ของฟรีไม่มีในโลก..กรวยละ ยี่สิบ บาท)


วัดนี้ชื่อว่า เซียงทอง (Xiang Thong) ที่ใครก็จ้องจะมาเที่ยวชม (ส๊วย..สวย ... อิฉันชอบบบบ มั่ก มั่ก)


[สิม (โบสถ์) สไตล์ ลาวแท้ ที่ยังสมบูรณ์แบบจ้ะ]



(ฉันชอบตรงนี้จ้ะ)


ที่สาม ที่คนนิยม เก๊าะคือ เที่ยวชม ที่ ราชวังโบราณ (หรือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ)
(ที่นี่อิฉันก็ชอบเจ้าค่ะ เขาเปิดให้ชม ๒ รอบ รอบเช้า แปดโมงครึ่ง รอบบ่าย บ่ายโมงครึ่ง ...แล้วยังได้เห็นสะเก็ดหินบนดวงจันทร์—ก้อนกรวดน่ะจ้ะ—ที่นักบินอวกาศบนยาน Apollo 11 เค้าเก็บมาฝากเจ้าชีวิตของลาวด้วยล่ะค่ะ)

[ที่นี่ เปิ้นห้าม บ่ ให้ถ่ายรูปเด้อ]

ที่สี่ (แหะ แหะ) อายจังเลย แต่ฟังไปเฉย ๆ ละกันนะเจ้าคะ เพราะว่าเรารวดไปร้านอาหาร ชื่อ ตำหนักลาว เลยอ่ะจ้ะ....
(แหม..ตอนแรกวางแผนซะดิบดี กะว่าจะไปดูพระอาทิตย์ตก และชมทัศนียภาพลำน้ำโขง ที่พะทาดพูสี..แต่มันเหนื๊อยยย เหนื่อย...เห็นทางขึ้นแล้วตาลาย...หันไปเห็นฝรั่งคู่นึงที่เจอกันทุกที่ที่ไป...เค้ามองหน้าอิฉันแล้วซุบซิบกันนิดหน่อย แล้วก็ยิ้มให้อิฉันน้อย ๆ เป็นนัยยะว่า “...ไม่ขึ้นไปเจอกันบนนั้นอีกเหรอคะ..อิฉันกะแฟร็น จะขึ้นไปแล้วนะคะ... .” ..อิฉันก็เลยส่งยิ้มให้นิดหน่อย ตอบกลับเป็นนัยว่า “เชิญไต่ขึ้นไปก่อนเถอะค่ะ...อิฉันจะเก็บไว้ขึ้นวันพรุ่งนี้ค่ะ...วันนี้จะไปโซ้ยอาหารเย็นแล้วค่ะ”)

และแล้ววันนี้ก็จบ ซุดซิด เกือบสลบ ตอนนั่ง Shuttle Bus กลับไปโรงแรม (จริง ๆ แล้วรีสอร์ทหรอกจ้ะ)
แต่ว่าสนุกไปอีกแบบ จริง ๆ จ้า จบแล้ว จบแล้ว

วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๐ อยู่เป็นวันที่สามจ้ะ
วันนี้ตื่นเช้าสุด ๆ (โดยความอนุเคราะห์ของระบบ Morning Call ที่เวลาตี ๕ ครึ่งแน่ะ!) เพราะไปตักบาตรเช้า
ถึงฉันไม่มีข้าวเหนียว แต่ฉันก็ไม่เปล่าเปลี่ยวเพราะพกขนมจากบ้านมาจ้า
บนถนน มีคนมากมาย ที่พบหลาย ๆ ก็เป็นคนไทย

หลังจากนั้น ฉันก็เดินไปร้านกาแฟ ที่มีชื่อว่า ประซานิยม ฮิ้ว ๆ
(เจอแก๊งค์คนไทยอีกละ)
จากนั้นท้องก็เริ่มหิว (อีกแล้ว) ก็เลยเดินต่อไปแวะ ชมตลาดเช้า
ที่นี่มีของมากมาย รวมถึงสัตว์ตายทั้งหลาย เช่น นกอินทรีย์ (รึเปล่านะ ไม่แน่ใจ) ขาวัว (เอ..หรือควายนะ..เอาเป็นว่าเป็นขากีบน่ะ) ค้างคาว หนู งู..โอย..เหมือนเดินสวนสัตว์ (ที่ตายแล้ว) เลยจ้ะ

ฉันเดินต่อไปไม่ไหว เพราะง่วงเติมทน...
ฉันเก๊าะเลยกลับโรงแรมไปพักผ่อนก่อนจ้ะ

หลังตื่นขึ้นมาสดใส ก็พร้อมออกไปชมเมืองแสนสวย
ก่อนเที่ยวก็แวะไปชิมกาแฟร้าน Joma
แล้วก็ไปต่อ ที่ วัดวิชุน และวัดใกล้เคียง (จำชื่อ บ่ ได้ แต่เดี๋ยวมาบอกใหม่)
เสร็จแล้ว ก็ไปเลือกผ้า หาซื้อของฝาก ให้ญาติพี่น้อง

เลือกเสร็จก็เดินชมวิว เลียบฝั่งน้ำคาน
เด็ก ๆ แถวนั้นเบิกบาน สำเริงสำราญ เล่นน้ำคาน กันเต็มไปหมด (ถ้าเอาเสื้อมาเปลี่ยน ก็อยากเล่นด้วยนะนี่..เค้าเล่นกันน่าสนุกมั่ก ๆ เอาตัวหย่อนไปในห่วงยางแล้วก็ปล่อยให้น้ำไหลพาตัวเองลงไป...ซักพักก็เดินกลับมาเล่นใหม่..)


(ภาพแม่น้ำคานจ้า--ภาพสุดท้าย จะเห็นเด็กๆเล่นห่วงยางอย่างที่เล่า--จะเห็นมั้ยหนอ เพราะจิ๋วเหลือกำลัง)

เดินมา ฉันเหนื่อยเหลือเกิน จริง ๆ ก็เพลิน เพลินดีเหมือนกัน
ฉันเลยขอแวะดื่มน้ำ ก่อนเตรียมตัวไต่เขา ขึ้นพระทาดพูสี

ตอนนี้ฉันพร้อมแล้ว ฉันเดิน และเดิน และเดิน ขึ้นพูสี พร้อมคณะคนไทย (สูงวัย)
ฉันก็เลยกลายเป็นที่พึ่งของคนไทย (ที่เคารพเพราะวัยวุฒิ) โดยการยืนนิ่งๆ ให้เค้าเกาะขึ้นบันไดง่ะ
ในที่สุด ฉันก็มาถึง วิวส๊วยยยย สวย..เห็นน้ำโขงกว้างใหญ่เชียว
อยู่ดูอาทิตย์ตกดินสักพัก ก็เดินลงเพื่อไปหาอาหารกัน (อิอิ)

คราวนี้มาทานที่ร้าน local หน่อย แต่อร่อยอย่าบอกใคร

**เมนูเครื่องดื่ม...มองไม่ค่อยเห็นเลยเนาะ แหะๆ**

อาหารก็จานหญ๊าย ใหญ่ จนทานกันไม่หมดเลยง่ะ (ชื่อร้าน..แหะ ๆ จำบ่ได้อีกแล้ว จะมาบอกใหม่จ้ะ)-- ชื่อ ร้านป่าฮวกมีไซ จ้า
จากนั้น ก็ไปช๊อบปิ้ง เลือกซื้อของ (อีกแล้ว) ที่ถนนคนเดิน
เลือกดูแล้วก็เพลิดเพลิน แล้วก็เมื่อยจัง
ก็เลยกลับมารอรถที่ รร.สันติวิลล่า เพื่อกลับที่พักจ้ะ

วันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๐ อยู่เป็นวันที่สี่จ้ะ
วันนี้ เป็นวันที่สี่ เป็นวันสุดท้ายที่หลวงพระบาง
ฉันตื่นมาทานอาหาร (ฉันเลือกก๋วยเตี๋ยวที่ต้องทำเอง..แต่ว่าพอทำเสร็จ ก็เดินมาเอาน้ำ พบว่ามีแมวเหมียวกระโดดมากินเครื่องก๋วยเตี๋ยว อันได้แก่ ไก่ฉีกเป็นชิ้น ที่โต๊ะวางอาหารบุพเฟ่ต์ น่ากลัวชะมัด ฉันเลยเรียกพนักงานมาเอาแมวออกไป แล้วเปลี่ยนก๋วยเตี๋ยว แต่แมวมันดื้อ ไม่ยอมออก แขกฝรั่งอื่น ๆ ก็พยายามจะ เขี่ย แมวตัวนี้ออกไปจากบริเวณ แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ)
ทานเสร็จก็นั่งรถไปสนามบิน รอขึ้นเครื่องกลับ
แต่ก็ตามแบบฉบับ ฉันเลยแวะดูของที่ Duty Free
นึกได้ว่า บ่ ได้ซื้อ เขยลาว มาฝากพ่อ ก็เลยซื้อซะเลย (ผลคือต้องแบกเองน่ะสิ...เฮ้อ)
ขึ้นเครื่องได้ทานอาหาร ก็อร่อยดี
แล้วก็ถึง เชียงใหม่ โดยดีจ้ะ

ของแถมร้อนร้อนมาแล้วจ้า

ตอน: ความสุกของข้อย ในเมืองหลวงพะบาง

ซุดซิด ไม่หงุดหงิด เพราะ ซุดซิด มีอาหาร
ซุดซิดรู้สึกเบิกบาน ก็เพราะอาหาร รสชาติโอชา
ซุดซิด สั่งลาบปลา เอ่ยวาจา เอาตำหมากหุ่งด้วยเจ้า
ซุดซิด ซี๊ดซ๊าด ซี๊ดซ๊าด โห๊ยยยยยยย แซ่บหลาย หลาย เด้อ ;)

ตอน: เว้าลาว วันละหลายคำ
สะบายดี = สวัสดี
ขอบใจหลาย = ขอบคุณมั่ก ๆ
เบิ่ง = ดูจ้ะ
เฮือนพัก = ที่พัก/โรงแรม
กาเฟ่ ๒ จอก = กาแฟ 2 แก้ว (เผลอ ๆ มีแบบใส่กระป๋องด้วยนะ)
เบื้องซ้าย = ทางซ้าย
เฮียด = เหนื่อย (อันนี้ได้ยิน สาวนางหนึ่งคุยโทรศัพท์กะเพื่อนอยู่อ่ะ)
เฒ่า = เฒ่าชะแร แก่ชรา
หล้า / หน้อย = น้อง (ใช้กะผู้หญิงจ้ะ)


ตอน: เรื่องราวจากป้ายตามถนน

ระวังหมาร้าย = ระวังหมาดุ
ที่นี่ขายน้ำก้อน = ที่นี่ขายน้ำแข็ง
อัดเอกกะสาร = ร้านถ่ายเอกสาร
ก้อนจดหมาย = ตู้ไปรษณีย์
กะแลม = ไอติม
กาเฟ่ = กาแฟ


ปล.๑ บังเอิญเห็นปั๊มน้ำมัน Shell แต่ว่าตัว S หล่นหายไป แป่ว!

ปล. ๒
ก: "นี่ไง ๆ ร้าน Lemon Grass"
ข: "ร้านนี้มี สอง ที่ อีกที่อยู่ทางนู้นน่ะ" "-_-

ไม่มีความคิดเห็น:

Blog Archive

About Me

รูปภาพของฉัน
Living life peacefully in my small place. Waiting for 'strangers' who will soon become friends.