วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2550

สะบายดีเวียงจันทน์

แว๊บๆ...โชคชะตานำพาให้อิฉันกลายเป็น ซุดซิด อินลาว อีกรอบ
แต่คราวนี้ เป็น ซุดซุด อิน เวียงจันทน์ จ้า
---------------------
ที่ทำงานจัดสัมนา ที่เวียงจันทน์ ช่วง ๒๓ - ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๐
แฮ่ๆ อิฉันเก๊าะเลยได้ไปกะเค้าด้วยเจ๋าค่า

วันเดินทาง (๒๓ พค. ๕๐)
เริ่มต้นทริปเวียงจันทร์ที่คณะสังคมฯ รถคณะฯพาพวกเรา คือ พฟจ. (พี่ฟองจันทร์) เจ้ (พี่ปอง) ไปสนามบินตั้งแต่บ่าย ๓ โมงกว่า ๆ เพียงเพื่อรอ นกน้อย (นกแอร์) ที่จะพาพวกเราออกเดินทางไปอุดรฯ ตอน ๕.๑๕ น. โน่นแน่ะ..แต่กว่าจะรวมรวมพลพรรคและนักศึกษาได้ เคาน์เตอร์ก็จวนเจียนจะปิด...เฮ้อ...จุดอ่อนความช้าคือสองสาวชาวเจแปน...และตามธรรมเนียมแบบซุดซิด...แช๊ะๆ..กันโหน่ย...(คราวนี้เอาพี่ๆ ที่ทำงาน นศ.ป.เอก และนักวิจัย มาร่วมวงศ์ไพบูลย์ ด้วย อิอิ)




แล้วก็ถึงอุดรฯ ก็มีรถบัสใหญ่ยักษ์ที่ว่าจ้างจาก ลาว ให้มารับพวกเรา โอ่อ่า กว้างขวาง แต่แอร์บ่เย็น ...เฮ้อ.... (เสมือนจะบอกเป็นนัยว่า..เดี๋ยวพวกแกก็จะได้อยู่ที่ร้อนๆแล้ว ฝึกความอดทนตั้งก๊ะตอนนี้เลยแล้วกัน....-*-')

นั่งรถเรื่อย ๆ หิวสุดยอด อุตส่าห์เตรียมขนมปังมาแต่ด๊านนนนน ลืมเอาน้ำมา..เฮ้อ....นั่ง ๆ หิว ๆ ง่วง ๆ ปนกันไปอย่างงั้นจนถึงด่านขาออก..ต้องแวะไปแต๊ม ๆ พาสปอร์ต ซักกะหน่อย...ใช้เวลาพอสมควรเพราะเรามากันเย๊อเยอะ... แล้วก็ขึ้นรถต่อไปอีกนิดเดียว..เก๊าะถึงด่านขาเข้าของลาว....เสียค่าผ่านด่านนิดๆหน่อยๆ คนละ ๒๐ บาทเจ๋าค่า...มาที่นี่...จุดอ่อน..คือน้องหนูบูกี้ ชาวมองโกลเลีย ที่ต้องทำวีซ่าเข้าลาว..เลยเสียเวลานานมั่กๆ (แอบเซ็งนิดหน่อย)

ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเมื่อไหร่ ตอนไหนไม่รู้ เพราะมืดไปหมด ตาลายนิดหน่อยเพราะหิวซู๊ดๆ แต่ยังไงก็มาถึง เฮือนพัก ของพวกเราชาวสต๊าฟ และ นักศึกษา ที่ชื่อ แสงพะจัน จนได้เมื่อเวลาสามทุ่มกว่า..เอ๊ะ หรือสี่ทุ่มหวา... นั่นล่ะ...ยังไงก็ถึงละ ได้นอนห้องเดียวกะ พฟจ. เก็บข้าวของเสร็จ รีบลงมาหาพวกเด็กๆ (จริงๆแล้วแก่กว่าทุกคน) เพื่อไปหาข้าวทานกัน..แต่ว่า เด็กที่รร. บอกว่า มาดึกป่านนี้ ร้านปิดหมดแล้ว มีเปิดที่ฝั่งริมโขงโน่น..(เค้าบอกว่าค่อนข้างไกล ต้องนั่งจัมโบ้ หรือสกายแลป ไป คนละ ๖๐ บาท) เลยเสนอว่าจะเป็นคนไปซื้อมาให้ แต่ขอค่าติ๊บ...พวกเราก็โอเค เพราะเหนื่อยและร้อนมาก...สรุปได้กินข้าวกะเพราหมูไข่ดาวกล่องยักษ์ ในราคาเท่าไหร่กันนี่! ติ๊กต่อก ๆ ๆ ..ราคากล่องละ ๘๐ บาทขาดตัว แถมยังได้เอาตอน ห้าทุ่มสี่สิบห้า ...ท้องอืดไปหมด...แถมตอนกลางคืน ยังมีอิขี้เมาไร้มารยาท แอนด์ อิทส์ แก๊งส์ (มีหลายเสียงนี่) มาเสียงดังโวกเวก หัวเราะคิกคักกันอยู่ได้..ขันติ ขันติ ..อยากโทรไปบอกรีเซ็ปชั่น แต่ความง่วงดั๊นเอาชนะได้ซะก่อน...เลยหลับๆตื่นๆ ไปซะงั้น...คืนนี้..ช่างยาวนาน..และต้อง เฮ้อ หลาย ๆ ครั้ง

ประชุมวันแรก (๒๔ พค. ๕๐)
ตื่นตั้งแต่หกโมงสิบห้า (จริงๆ ตื่นมาแล้วหลายหน เพราะไอ่ไร้มารยาทพวกนั่น) เตรียมนู่นนี่ เสร็จ ก็ลงมาทานข้าวเช้า วู้ๆ ดีใจหล๊าย หลาย ...อาหารเท่านั้น ที่เราต้องการ! อาหารเช้าที่นี่มีหลากหลายสไตล์บุฟเฟ่ย์ อันได้แก่ โจ๊กหมู ข้าวเกรียบอ่อน ปอเปี๊ยะทอด ไข่ดาว แฮม ข้าวหลาม ข้าวจี่ (บาเก๊ต) ผลไม้ก็มีนะ พวกมังคุด เงาะ ส้ม อะไรเงี๊ยะ แล้วก็ ชา กาแฟ..ขอบอกว่า กาแฟดาว ของลาว หร่อยมั่กๆ แล้วคงมีอย่างอื่นอีก แต่ลืมไปแล้วง่า แหะๆ

แล้วรถบัสคันเดิม คนขับ (ผู้ดุดัน) คนเดิม ร้อนดังเดิม ก็ปรากฏกาย ณ เวลา ๘.๐๐ น. เผงๆ เพื่อไปรับพวกอาจารย์ที่ รร.จันทรปัญญา ซึ่งหรูหรากว่า และไกลโขงมั่กๆ...เพื่อเดินทางไป National University of Laos (NUOL) เพื่อทำงานจ้า...

ม.แห่งชาติลาวอยู่ค่อนข้างไกลจากรร.ที่เราอยู่ นั่งรถน๊านนาน (เพราะแอร์มีแต่ลมร้อนๆอ่ะ) แต่พอไปถึง..ก็ดีจัง..ม.ใหญ่โต แถมตึกที่จัดสัมนาก็สวย และ ใหม่ เชียว มีแอร์ทุกห้องด้วยนะ แล้วก็ขายอาหารด้วย แฮ่..ได้กลิ่นเฝอก็หิวอีกละ (ทั้ง ๆ ที่พึ่งกินมาเย้อเยอะ)...หลังจากนั้น ก็ทำงานก่อนจ้า....



(บรรยากาศห้องสัมนาที่แสนตึงเครียด...เห็นฉานแว้บๆ)

พอจัดการอะไรเสร็จแล้ว ก็มานั่งจัดการเรื่องเงินๆทองๆ ที่ห้องเล็ก ที่จัดไว้เพื่อเป็นห้องทาน coffee break ...โอ..ห้องนี้ช่างสมบูรณ์ ไปด้วยขนมหวาน น้ำเย็น น้ำแข็ง ชา กาแฟดาว ผลไม้ และน้ำอัดลม ..ดังนั้น ที่นี่จึงกลายเป็นที่สิงสถิตของพวกเรา และอาจารย์อีกบ้างประปราย...ตลอดสองวัน....แหะๆๆๆ...



(อุปกรณ์การทำงาน -- สีสันสดใสเจงๆ --ไม่ได้นัดกันมานะนี่--ลงรูปขณะทำงาน-??-ขณะคนอื่นมานั่งทาน break และเม้าๆๆๆๆๆๆ)


ทำงานในส่วนที่ดูแลเรียบร้อย ก็เริ่มสำรวจโลก (แม้ก่อนหน้านั้นจะเผลอทิ้ง เจ้ ให้เดียวดาย เพราะมัวแต่ทำงานกะ พฟจ. แต่ก็ไปรับตัว เจ้ กลับมาจนได้..ต้องงอนง้อกันนิดหน่อย เฮ้อๆ เจ้ที่น่าจ๋งจ๋าน ฉานมะได้ตั้งจาย...) ก็ถ่ายรูปเล่นกัน (แก้ง่วง)



(ดอกพุ่มพวง..ดอกไม้สวยๆ กับการจัดแบบน่ารัก ๆ บนโต๊ะ break ...)

(ส้อมจิ้มขนม -- ส้อมมีประวัติ -- ตัวส้อมหลุดในปากใครบางคน อิอิ)

แล้วเก๊าะไปกินกลางวันกัน ที่ซอยแถว ๆ รร.จันทรปัญญา ณ ร้านก๋วยเตี๋ยวท้องถิ่นแห่งหนึ่ง เหลือแต่เมนู บะหมี่เกี๊ยว รสชาดคุ้นเคย แต่แทนที่จะเป็นพริกป่น เก๊าะกลับเป็นพริกข้าวซอย แต่ว่าหร่อยแรง! และราคาประหยัด ๒๐ บาทเท่านั้นคับพี่น้อง!



หลังจากเอ็นจอยอีทติ้งบะหมี่เกี๊ยวแล้ว ก็กลับไปทำงานต่อ (แหะๆ จริงๆกลับไปหัวเราะสนุกสนานในห้อง coffee break ตังหาก...) เจ้ก็ชวนไปเดินเล่นรอบตึก และแถมด้วยถ่ายรูปเป็นที่ราลึ๊กกกกกกก









(ศาลาคนเศร้าของ พฟจ. แต่ ฉานไม่ซ้าววววว 555)

(ผืนทราย ที่ ซุดซิด ฝากรอยเท้าไว้ --โดยมิได้ตั้งใจ --นึกว่าเป็นพื้นซีเมนต์ง่ะ แหะๆขอโต๊ดนะก๊า)

ประชุมเสร็จเก๊าะไปเดินเล่นริมฝั่งโขง..ก่อนจะถึง พี่อ้อย ก็พาไปชม hip hotel แสนน่ารักแห่งหนึ่งก่อน น่ารักน่าอยู่ซะจริงๆ...





(แถมนางแบบจำเป็นให้ด้วย อิอิ)

แล้วก็เดินเล่นริมโขง ยืนมองฝั่งไทยด้วยตาละห้อย...แต่ไม่ห้อยมาก เพราะโทรศัพท์ใช้ TH GSM ได้จ้า เย๊ๆๆๆๆ! เลยจัดการโทร.หาพ่อกะแม่ซะเล้ย....เพราะไม่ต้องเสียตังค์เรทต่างประเทศ
เด็กน้อยเดินเล่นริมโขง
สองฝั่งโขง (แต่น้ำตรงนี้แห้งเหือดแหะ..) ฝั่งตรงข้ามเป็นไทยแลนด์



จุดคุย ยายเจ้แอบถ่าย แต่เรารู้ตัวร๊อกกกกก 555



เดินเล่นเรื่อย ๆ จน พฟจ.เริ่มคิดอะไรไม่ทัน (ปกติคิดเลข และมีความจำเป็นเลิศ) เลยไปเติมพลังกัน ที่ร้านแหนมเนืองชื่อดังแห่งหนึ่งแถวรร.จันทรปัญญา ...ซึ่งฝั่งตรงข้ามเป็นร้านเตี๋ยวเนื้อที่พระเทพฯเคยมาทาน...(แต่ฉานบ่กินเนื้อ..เลยไม่แวะ แหะๆ) ..หู๊ย..แซบหลายๆ... พุงพับ เลยอ๊ะ (อยู่ที่นี่อาการ พุงพับ มาเยือนแทบทุกมื้อ)
ร้านนี้อร่อยมั่กๆ แต่จำชื่อร้านบ่ได้...แป่ว!


แล้วก็กลับรร.โดยรถจัมโบ้..โอย..น่ากลัวชิบเป๋ง เพราะรถวิ่งกันคนละเลนกะไทย..เจี๋ยวว้อย...
คืนนี้ นอนหลับซำบาย ไร้เสียงรบกวน....คร่อก...

ต่อภาคสองจ้า -- ^oo^-- อุ๊ด อุ๊ด

ไม่มีความคิดเห็น:

Blog Archive

About Me

รูปภาพของฉัน
Living life peacefully in my small place. Waiting for 'strangers' who will soon become friends.