ที่มา: ได้จากร้านทำผม
ลักษณะเฉพาะ: สะดือจุ่น ... ใหญ่มั่ก ๆ กลมดิ๊ก ที่กลางท้อง
ตาย: ศุกร์ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ไม่ระบุเวลา แต่คาดว่าหลังเที่ยงคืนของวันที่ ๑๒ กรกฎาคม
เราได้ ถ้วยฟู จากร้านทำผมแถวบ้าน แต่เดิม ถ้วยฟู มีชื่อเก๋ไก๋สไลเดอร์ออกแนวอินเตอร์ ว่า คริสโม่ (มาจากไหนไม่รู้ .. แต่ฟังแล้วนึกถึงตัว มักไกว หรือไอ้เจ้าเกรมลินด์ ทุกที – จะว่าไป หน้าตาก็น่ารักเหมือน มักไกว เลย หูตั้ง ๆ แหลม ๆ ตากลมบ๊อก อย่างงั้นล่ะ)
ขามา เจ้าหนูคริสโม่ ตัวนี๊ดดดดเดียว สีดำน้ำตาล ไม่รู้ใครจะว่าไง แต่ฉันก็ว่ามันน่ารักจัง
พอ คริสโม่ มาแลนด์ดิ้งบ้านเราปุ๊บ แม่ก็เปลี่ยนชื่อให้มันปั๊บ แล้วตั้งแต่นั้นบ้านเราก็มี ขนม ถ้วยฟู วิ่งเล่นที่บ้านมาเป็นเวลาช้านาน...
ถ้วยฟูโตขึ้นทุกวัน ขนฟูสมชื่อขึ้นทุกวัน ร่าเริง วิ่งเร็ว ขึ้นทุกวัน ที่สำคัญ น่ารักขึ้นทุกวัน
ถ้วยฟูเป็นหมาแปลก ขาหน้าอ้วนสั้นตัน ๆ เหมือนขาสิงห์ แต่ขาหลังเล็กเรียวและดูเหมือนจะยาวกว่าขาหน้าหน่อยนึง...ขนหน้าอกก็ฟูฟ่อง ... อูยยยยย .. น่ารัก....เวลานั่งก็เลยจะเห็น ถ้วยฟู ตัวเตี้ย ป้อม ตัน น่ารักซู๊ดๆ..
เวลาผ่านไป..จากเด็กร่าเริง..กลายเป็นสาว “แก่น” แรงเกินร้อย ...แม้ตัวจะเล็กแคระ แต่ “ลมกรด” ไม่แพ้ใคร ครั้งหนึ่งสร้างวีรกรรมน่าฉงนให้คนในบ้าน..ตอนเช้าแว๊บ ๆ เห็น ถ้วยฟูเดินโด๊ะ ๆ กะเผลก ๆ สังเกตเห็นว่า ขาหน้าข้างหนึ่งงอ ๆ เหมือนไปโดนอะไรมา ..เธอ ก็เดินอยู่อย่างงั้นจนสาย บ่าย และเย็นวันเดียวกัน ... เอ๋...อีหยังแว๊บ ๆ ผ่านหน้าไปด้วยความเร็วสูง! โอ้! ก๊อด! ไอ่ฟูมันวิ่งกวดตัวอะไรซักอย่างด้วยขา ๓ ขาที่ยังดีอยู่ด้วยความเร็วปานพายุพัด ... ตัวก็เล็กเตี้ย ... ขาก็เจ็บ....แต่วิ่งกวดได้ โอ้..ไม่อยากจะเชื่อ ... มันวิ่งเร็วมากกกกก ..... ท่ายังก๊ะเสือวิ่งไล่เหยื่อยังไงยังงั้น...แล้วหลังจากนั้น น้องฟูของเราก็กลับมาเป็นปกติ.... เฮ้อ....ตกลงขาเธอเป็นอะไรเหรอ??
ทั้ง ๆ ที่ให้ข้าว และ ขนม จนอิ่มแปล้ทุกมื้อ แต่ทำม๊ายยยยย .. เวลาเอาขนมให้เคี้ยวเล่น ถ้วยฟู ก็ทำเนียนแทะเล็มนิดหน่อยพอเป็นพิธี แล้วค่อย ๆ เฟดตัวพร้อมของกินชิ้นนั้นในปาก เพื่อไปเมียง ๆ มอง ๆ หาทำเลดี ๆ แล้วจัดการขุดหลุมซ่อนของกินชิ้นนั้นในเวลาอันรวดเร็ว .. เหอ ๆ ...เราเคยแอบสะกดรอยตาม ไอ่ฟู (สรรพนามเรียกถ้วยฟู แปรไปตามช่วงอายุจ้า...ตอนเด็ก ๆ ก็ ถ้วยฟู ... ฟู ....อย่างรักใคร่ มามะขอจุ๊บที ...โตมาอีกหน่อย ความแก่นเริ่มออก ..ไอ่ฟู! ...โตอีกนิด ... เริ่มออกอาการ “เจ้าแม่” ดื้อดึงเป็นที่หนึ่ง เรียกไม่ค่อยมาไม่มีใครเกิน ทำเมินใส่เจ้าของก็มีบ่อย ๆ .... เลยโดน .. อีฟู … แหะ ๆ แต่ฉันไม่เค้ย ไม่เคยเรียกนะเจ้าคะ ... ส่วนระยะหลัง ๆ ก็เจอสรรพนาม ป้าฟู ไปเร้ยยยยยย ไม่ต้องสงสัย)
จากเด็กน้อย กลายเป็น วัยรุ่นแสนซน (หู๊ยยยยย ฟังดูน่ารักน่าชังซะไม่มี) ... ถ้วยฟู ก็ยังคงเป็นพรมเช็ดเท้าให้ฉันอยู่เสมอ ๆ (แก่แล้วก็ยังเป็นอยู่ แหะๆ) ... ก็ขนหัวฟู๊ ฟู... ฉันล่ะชอบเอาเท้าไปวางที่ลำตัวหรือไม่ก็หัวเลยล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า (อายจัง) ... ส่วน ถ้วยฟู ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี .. นอนเคลิบเคลิ้ม นิ๊ง...นิ่ง .....อย่างสบายกาย และสุขอุรา อิอิอิ... แถม ถ้วยฟู ยังชอบเดินลอดใต้ขาฉัน เพื่อเอาตัวมาถู ๆ ไถ ๆ แก้คัน อีกต่างหาก .... (จริง ๆ ก็ชอบ...เพราะคัน ๆ จี๋ ๆ ดี แหะ ๆ )
และแล้ว ถ้วยฟู ก็ได้เป็น แม่ ... (ลูก ๆ ถ้วยฟู มีพ่อคือ ลักกี้ ที่ได้สละร่างหมาตาเชื่อม ขนหยักศกผู้น่ารัก แล้วแปรผันตัวเองมาเป็น ไอ่บูเด็กตลกของบ้าน อิอิอิ) .. พ่อก็เล็ก แม่ก็จิ๋ว ซะขนาดนั้น ลูก ๆ ที่ออกมาเลยตัวเท่ามดเท่าแมง..แล้วก็แจกจ่ายออกไป อันได้แก่ ลูกสน (ขาว-ดำ เหมือนกี้) เม็ดนุ่น (ดำขลับ) ตุ๊ยตุ่ย (ตัวอ่อนปวกเปียกที่ฉันแสนจะชอบ) แล้วอะไรอีกน๊า..จำชื่อไม่ค่อยได้แหะ..แต่จำลักษณะได้ว่ามีตัวหนึ่งได้ลักกี้มาเต็ม ๆ เพราะขายาวเหมือนลักกี้ แล้วก็เป็นสีขาว-ดำเหมือนกันเลย.. (++edit: ถามพี่นกแล้ว ตัวที่ว่า ชื่อ ตัวแสบ แล้วยังมีตัวขาวโพลนอีกตัว ชื่อ ปุยนุ่น) แต่ข่าวน่าเศร้าก็คือ ไม่นานหลังจากแจกจ่ายไป...ก็ได้ข่าวเป็นระลอก ๆ ว่าตายไปแล้วซะเยอะ..เฮ้อ.... ตั้งแต่ครอก “ลูกสน” ถ้วยฟูของเราก็ไม่เคยมีลูกได้อีกเลย....
เราเคยวิตกเรื่อง สะดือจุ่นใหญ่ ของถ้วยฟู หมอบอกว่ามันเป็นเนื้องอก..เนื้อร้าย .... แล้ววันดีคืนดี ถ้วยฟูป่วย ก็บอกว่าฟูจะอยู่กะเราไม่นาน ... ฉันก็เศร้าอ่ะดิ.... แต่ยังไงก็แล้วแต่ .... ฟูก็กลับมาแข็งแรง สมกับเป็น “ไอ้แสบฟู” ดังเดิม เป็นเวลานาน
ความแสบซ่า ของฟู มีมาเรื่อย ๆ นับตั้งแต่ ไอ้ซี่ (ซูซี่) ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน ไอ้เป้ (เปเป้ – ลูกซี่ แต่ตัวโต๊ ๆ ด้วยเพราะเป็นหมาดอยจ้า) ... จนสองตัวนี้จากไปในเวลาไล่เลี่ยกัน ... พอซี่กับเป้จากไป ... ไอ่ฟู ก็กลายเป็นเจ้าแม่เต็มตัว .... เมื่อมีน้องใหม่สายพันธุ์ปักกิ่ง ๒ ศรีพี่น้อง ชื่อ ข้าวฟ่าง (ขาวจั๊วะ ตาหวาน – หมาคุณหนู๊ คุณหนู) กับ ข้าวกล้อง (สีน้ำตาล – ลุยไหนลุยนั่น ก๋ากั่นซะไม่มี) ... ถ้วยฟู ก็สร้างวีรกรรมจิกกัดตบตี แหะ ๆ กัดกันนั่นล่ะค่ะ ...กับน้องใหม่ โดยเฉพาะข้าวกล้อง (และโดยมีข้าวฟ่างคอยยุแยงตะแคงรั่วในฐานะกองเชียร์ฝ่ายข้าวกล้อง) ...(แหมๆ ตอนนั้น ลักกี้ ไปกิ๊กกั๊กกับน้องใหม่ออกนอกหน้านอกตาน่ะสิค้า) กัดกันรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกริ่งเกรงว่าน้องใหม่จะตาถลนและยับเยินออกมาซะเปล่า ๆ เลยจับน้องใหม่แยกให้ไปอยู่โซนหลังบ้าน ส่วนหน้าบ้านก็เป็นอาณาจักรของถ้วยฟูต่อไป....แต่ว่า เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้ .. อยู่ ดี ๆ ก็มีหมาคุณหนูชิสุสองตัวหลงทางมา ตั้งชื่อภายหลังว่า กะทิ (ตัวขาว...ของมันแน่อยู่แล้วแม่นบ่นาย...แต่มีดำแสมนิดๆ หน่อย ๆ) กับ น้ำตาล (ตัวน้ำตาล...อ่ะ..ไม่บอกก็รู้อีกแล้วนะนายจ๋า ฮิๆ) หลังจากตามหาเจ้าของสักพักใหญ่แต่ไร้วี่แวว ก็เริ่มคิดกันแล้วว่าเจ้าของเดิมคงเอามาปล่อย....ประมาณน้องหมาสื่อรัก..แต่เธอไม่รักฉัน ฉันไม่รักเธอ เธอมีกิ๊ก หู๊ย..อะไรแนว ๆ นั้นของวัยทีนที่ไร้สมอง...และไร้ความรับผิดชอบ ...เฮ้อ...นี่หรืออนาคตของชาติ... โอ่ะ..เข้าเรื่องดีกว่า...คุณน้องหมาไฮโซสองตัวผู้มาใหม่..ทำให้เลือดเจ้าแม่ฉีดแรง...กัดกันอีกแล้วคร๊าบบบบบพี่น้องงงงงง .. คราวนี้แรงหน่อย ตาน้องน้ำตาลบอบช้ำขนาดหนัก ... ต้องดูแลรักษากันจนถึงปัจจุบันนี้....เฮ้อ....แต่ก็น่าแปลก ที่เจ้าแม่ก็ยังยอมอยู่ร่วมอาณาเขตกะน้องใหม่
เจ้าแม่ฟู .... ก็ใช้ชีวิตตามวิถีเจ้าแม่ .. แต่ด้วยวัย ๑๖ เอ๋ ..หรือ ๑๗ ?? รอถามพี่นกก่อน ...(++edit: ๑๕ ขวบปี) ทำให้ ถ้วยฟูอ่อนแรงลง .. ความเป็นลมกรดเริ่มถดถอย ... (แต่ก็ยังซ่าอยู่เป็นกิจวัตร) ผอมลงเรื่อย ๆ ทานข้าวน้อยลง (แต่ชอบกินฉี่ตัวเองเหมือนเดิม) ... จนกระทั่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (๘ กรกฎาคม ๒๕๕๐) ถ้วยฟูไม่ยอมกินข้าว นมก็ไม่กิน น้ำก็กินได้นิดหน่อย .....
วันจันทร์ ที่ ๙ กค. ๕๐ ถ้วยฟูเหมือนจะไม่ค่อยกินอีกแล้ว
วันอังคาร ที่ ๑๐ กค. ๕๐ ถ้วยฟูเดินลำบาก ไม่กินข้าว ไม่กินน้ำ เดินไปที่ที่ฝังลักกี้ไว้แล้วก็หอน...ฉันเช็ดขี้ตาออกจากตาให้ถ้วยฟู
วันพุธ ที่ ๑๑ กค. ๕๐ ถ้วยฟูเดินไม่ไหว ลุกนั่งยังลำบาก นอนอยู่กับที่ ไม่ยอมกินอะไรแม้แต่น้ำ ถ้วยฟูลุกไม่ไหวแล้ว .... ต้องใช้ความพยายาม และกำลังแรงกายอย่างมาก กว่าจะยกหัวขึ้นมาได้ เล็บหลุด (ไม่รู้เป็นเพราะฉันหรือเปล่านะ) ร้องเสียงเจ็บปวดทรมาน พอลุกได้ ก็เริ่มออกเดินเซ ๆ เดินไม่ค่อยตรงแล้วก็ล้มลงอีก.... ถ้วยฟูร้องทั้งคืน...ไม่มีใครได้นอนเลยในคืนนี้ แม่ลงมาข้างล่างเพื่อคอยดูและช่วยเหลือ ฉันก็นอนไม่ได้...เป็นห่วง...ลงมาดู มาช่วยเพราะถ้วยฟูมักจะเดินแล้วล้มลงไปติดโน่นติดนี่ แล้วขึ้นไม่ไหว ... คืนนี้ช่างยาวนาน... แต่สำหรับถ้วยฟู คงยาวนานกว่านัก..
วันพฤหัสบดี ที่ ๑๒ กค. ๕๐ ถ้วยฟูลุกขึ้นมาไม่ได้อีกแล้ว .... ฉันไปทำงาน...หาเรื่องโทรกลับบ้านเพื่อถามถึงถ้วยฟู...แม่บอกว่าถ้วยฟูยังร้องทรมานอยู่เหมือนเดิม แต่เสียงแผ่วลงมาก จนแทบไม่ได้ยิน ... ไม่ยอมกินอะไรเลย..ถ้วยฟูจะเอาแรงที่ไหนมาร้อง.... ฉันรีบกลับบ้านมาอยู่ดูแลถ้วยฟู...ถ้วยฟูอึออกมาเป็นมูก ๆ ฉันคอยเช็ดก้น เช็ดอึ เช็ดพื้น และพลิกตัวให้ถ้วยฟู ... เสียงถ้วยฟูไม่มีแล้วจริง ๆ ...ตาแห้ง ไม่มีน้ำหล่อเลี้ยง เห็นขี้ตาอยู่บ้าง... จมูกแห้งสนิท ..ผิวหนังแห้งแตก...ขนแห้ง...แต่ที่หัวยังฟูอยู่นะ ... ฉันลูบหัว นวดตัว นวดขาให้ ... ถ้วยฟูตัวผอมแห้งมาก ถ้วยฟูพยายามลุก ฉันคอยช่วยพยุง แต่ถ้วยฟูลุกไม่ไหวแล้ว ...ถ้วยฟูหายใจหอบ...ถ้วยฟูกระดิกหางทุกทีที่ได้ยินเสียงพ่อหรือแม่ออกมา..(แม้แต่ฉัน..ฟูก็ยังกระดิกหางให้...ในวันนี้)..และหันมองตามเสียงของฉัน ของแม่ และของพ่อ ..มืดแล้ว...ฉันแวะออกไปดูถ้วยฟูอีกครั้ง...ถ้วยฟูยังนอนอยู่เหมือนเดิม พยายามจะลุกขึ้นเหมือนเดิม แต่ก็ไม่สำเร็จเหมือนเดิม .... ฉันเช็ดก้นทำสะอาดพื้นให้ถ้วยฟู...แล้วก็จะไปอาบน้ำ....ก่อนจะไป...ฉันสัญญากับถ้วยฟูว่าจะอาบน้ำเสร็จจะลงมาป้อนน้ำให้ (ใช้ไซลิ้งฉีดเข้าปาก) ฉันอาบน้ำเสร็จ ฉันมองถ้วยฟูจากในห้องนอนพ่อ ..... แต่ฉันก็ไม่ออกไป ... ฉันไม่ทำตามสัญญา ... ฉันขึ้นไปสวดมนต์ให้ถ้วยฟู ... แผ่เมตตาให้ถ้วยฟู ..ให้ถ้วยฟูสบาย...ไม่ทนทุกข์ทรมาน .... แล้วฉันก็นอนหลับ...ฉันสะดุ้งตื่น เหมือนได้ยินเสียงหมาแถวบ้านเห่า หอน ... ฉันคิดไปถึงถ้วยฟู .. แผ่เมตตาให้อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง สวดมนต์ให้อีก สวด และสวด ..จนฉันหลับไป
วันศุกร์ ที่ ๑๓ กค. ๕๐ ถ้วยฟูไม่อยู่กับเราแล้ว .... ฉันตื่นนอน ไม่เสียเวลาพับผ้าห่ม ไม่เสียเวลาคลุมที่นอน ...ฉันลงมาหาถ้วยฟู ... มองจากที่ไกล ๆ ฉันไม่เห็นถ้วยฟูขยับแล้ว...แว้บหนึ่งฉันเห็นพ่อขุดดิน ฉันหันไปหาถ้วยฟูอีก..ฟูท้องไม่พองไม่ยุบแล้ว ฉันเดินไปใกล้ ๆ ไม่ได้ยินเสียงหายใจหนัก ๆ ดัง ๆ ของถ้วยฟูอีกแล้ว....ตาแห้ง ๆของถ้วยฟูยังคงไม่ปิด...มดเริ่มมาหาถ้วยฟู...ฉันกวาดมดออกไป..ลูบหัวถ้วยฟูอีกครั้ง...แผ่เมตตาให้อีกครั้ง...ทำไมฉันไม่ยอมป้อนน้ำให้ถ้วยฟูก่อนไปอาบน้ำ ทำไมฉันไม่ออกไปหาถ้วยฟูเพื่อป้อนน้ำให้หลังอาบน้ำเสร็จนะ....ฉันภาวนาให้ถ้วยฟูได้ไปอยู่ในที่ดี ๆ ไม่มีเวรไม่มีกรรมใด ๆ ติดตัว ฉันอยากให้ถ้วยฟูมีความสุข และมีความสุข และมีความสุข..
...วันนี้ฉันเศร้ามาก ๆ แต่ถ้วยฟูคงจะสบายขึ้นมาก ๆ เช่นกัน ฉันอยากเจอถ้วยฟูอีก....

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น