วันเสาร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2553

:::ตามรอยเจ้าคุณปู่ที่เมืองน่าน:::ตอน 1

เฝ้าทนทำงานทั้งราษฎร์และหลวงอยู่นานนับปี ช่วงที่(คิดว่า)เงียบสงบก่อนจะโดนกระหน่ำจากพายุงาน(ซึ่งมาพร้อมกับเม็ดเงิน ^o^) ก็บังเกิด ...
>> จัดการลาพักร้อน 4 วัดรวดนับจากวันจันทร์ ที่ 15 ถึง พฤหัสบดี ที่ 18 มีค. 53 (ห้อยติ่งวันศุกร์ให้เป็นวัน "ปรับตัว" เพื่อเข้าสู่โหมดปกติ 1 วัน)
>>จัดการหาน้องมาอยู่โยง คอยต้อนรับ ดูแล และเฝ้ายามเพลินเพลิน พร้อมขอความช่วยเหลือจากแม่บ้านผู้แสนดีช่วยดูแลอีกแรง

วันอาทิตย์ ที่ 14 มีนาคม 2553
กว่าจะได้ฤกษ์เดินทางก็ปาไปบ่าย 2 กว่า ๆ นั่งรีดผ้า เช็คห้อง และอื่น ๆ ไร้ความรู้สึกกระตือรือร้นที่จะไปเที่ยวอย่างสิ้นเชิง! (จุ๊ จุ๊ จุ๊ .. ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ)

ระหว่างเดินทาง ... นึกได้ทีละอย่างสองอย่างว่า .. ลืมเอานู่นนี่นั่นมา .. เฮ่ออออ เซ็งไปเลย ขนมก็ไม่ได้ติดไป มีแต่ลูกอมสมุนไพร ไร้แผนที่ ไร้แผนการเที่ยว -*-'

และแล้ว...หลงทางค๊า! ไปหลงเมืองแพร่เจ้า ... ดีที่หิว แวะตลาดก่อนที่จะถึงพระธาตุช่อแฮ ... ถามคนขายเกี๊ยวทอดว่า เอ...น่านไปตางใดเจ้า? หึๆ ... คนขายเกี๊ยวท่าจะงง..จะไปน่าน มาทางนี้ทำไมน๊ออออ

นั่งรถสบายๆ สองข้างทางมีแต่ซากป่าไหม้ ... แถมยังมีไฟป่าให้เห็นตลอดทาง ... อยากโทรไปแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ก็ดั๊นลืมจดเบอร์ ...

วิวข้างทางอ.เวียงสา ก่อนถึงอ.เมืองน่าน พร้อมกับใบหน้าแฉล้มแช่มช้อยบวมฉึ่งอืดเอิบอิ่มของนส.พอละฯ (ย่อมาจาก กิ๋นพอละก่ะหน้อย ><") รถพระอาทิตย์ยังคงวิ่งผ่านฟ้าอยู่..


และแล้วหลงทางต่อในตัวเมืองน่าน..เพราะต่างคนต่างตะลึงพรึงเพริศไปกับข่วงเมือง! วัดในฝันอยู่ตรงหน้า! พิพิธภัณฑ์ที่อยากเห็นก็ได้เห็น โอ...ตระการตาเหลือเกิน เป็นสี่แยกที่สวยที่สุดในโลก! >> ไม่เห็นเคยมีใครมาเล่าให้พอละฯฟังเลยอ้ะ ฮึ๊! รู้งี้มาตั้งนานแล้ววววว!

หลังหลงทางนิดๆหน่อยๆตามสไตล์เอื่อยเฉื่อยของเรา...และแล้วก็ถึงที่พัก โรงแรมเทวราช แล้วล่ะค๊า (เวลา 18.30 น. แหะ ๆ ) ...

นอกหน้าต่างห้องชั้น 5 เทวราชเจ๋าค่า

และแล้ว โอแม่เจ้า..หิวอีกแล้วเจ๋าค่า! ได้ข่าวแว่วๆว่ามีมหกรรมอาหารวันนี้วัดสุดท้าย อูว้าว! ดีจริงๆ ไม่ต้องไปตะลอนกิน..ร้านอร่อยก็(น่าจะ)มากระจุกตัวกันในที่เดียว < ความคิดของพอละกะหน้อย ... แต่ในความจริง .. โอ...โอ...โอ..ม่ายยยยยยย.... ไม่ใช่แนวหนู.....


จุดเกิดเหตุมหกรรมอาหารวันสุดท้าย สถานที่เลยวัดสวนตาลไปนิโหน่ย..ขอหมายเหตุนิดนึงเจ้า> ชาย2คนที่เห็นไม่ได้มาด้วยกันนะค๊า..แต่เค้าหันมายิ้มให้กล้องด้วยง่า..ไม่รู้ตัวเลยจนกระทั่งซูมมมมมมมรูปดูถึงเห็นว่า..โอ..เฮียคะ..ใช่ย่อยนะคะ

ความผิดหวังและหิวโซเข้าโถมกระหน่ำเข้ามาในหัวใจดวงน้อยๆ(ที่ฉ่ำด้วยคอเลสตอรอล)ของพอละฯ เราจึงพกความชอกช้ำนี้ติดตัว...และมุ่งสู่ตลาดโต้รุ่ง สั่งเย็นตาโฟกระแทกท้องย้อมใจ ... ดูเวลาแล้วโอ...The Star6 กำลังจะมา เลยรีบกลับห้องน้อยคอยรัก เทวราช ไปเชียร์น้อ
งเซน...วันนี้ ณ เมืองน่านจึงจบลงด้วยประการฉะนี้ .... เอวัง.

วันจันทร์ ที่ 15 มีนาคม 2553
โอ..กว่าจะลืมตาตื่นท้องพอละฯ ก็ร้องจ๊อกกกกกก ... แล้วก็ได้ก๋วยจั๊บน้ำใสและติ่มซำ ณ ร้านเลิศรส ฝั่งตรงข้ามเทวราชมาบรรเทาอาการ แถมด้วยลาเต้เย็น ร้าน nan coffee ... เกรงใจ๊เกรงใจ แต่ก็นั่งจนอ่านสถานที่
เที่ยวเมืองน่านฟรีๆ จาก nan coffee จนได้ข้อมูลมาเพียบเลยอ่ะ แหะ .. ยังไม่พอ .. ยังไปเอาแผนที่สีสันสวยงามที่เจาะลึกรายละเอียดร้านน่านั่งที่พักน่ารักมาอีก .. ก็บอกแล้ว..มาครั้งนี้มาแต่ตัวกับหัวว่างเปล่าไง๊ ..
ไม่รู้เรื่องงงง (เตือนความจำ: ทีหลังอย่าทำอีก!)


ที่หมายแรก ในจังหวัดน่าน .. โรงแรมเสาสักขนาดใหญ่ในตำนาน .... น่านฟ้า .... ที่ตอนนี้กำลังโดนรื้อเพื่อปรับปรุงรูปโฉมให้เป็น ภูคาน่านฟ้า ... โดยการสนับสนุนทุนทรัพย์จาก มร.ล่ำซำ....


เอ๋อ.หน้าตาประหลาด .. ประหนึ่งเป็นเจ้านางเดินขึ้นโรงแรม (-*-")



นี่ถ่ายที่ชั้นบนสุดเจ้า :) ถ้าดูดีๆ ผนังห้องก็จะเป็นสีลูกกวาดล่ะค่า ^o^
สีฟ้าของน่านฟ้าก่อนเป็นภูคาน่านฟ้า ... จะเป็นยังไงน้อ อีกไม่นานนี้น่ะ T^T

(เรื่องนี้มีที่มา... พอละฯ อารมณ์รักบ้านเกิดก่อตัว รำพันว่า "เฮ้อ..คุณลุงเจ้าของเค้าเห็นแล้วเค้าจะสะท้อนใจมั้ยเนาะ"... คนแถวนั้นสวนกลับความเร็วสูง "เค้ากำลังสะท้อนใจว่าจะเอาเงินกองโตไปใช้อะไรตังหากเล๊า ไม่รู้เรื่องงงงงง!" ไอ๊! บังอาจนัก บังอาจมาทำลายเพ้อ และบังอาจเอาคำชั้นไปใช้ ไอ๊ ไอ๊ ไอ๊ ><')

ต่อจากนั้น ก็ไปเบิกตาสู่ทางธรรม ณ วัดหัวข่วง ... งามมมม เย็นนนนน สงบบบบ ....

ในวิหารวัดหัวข่วง หีบพระธรรมข้างพระประธานวัดหัวข่วง

ต้นสาระลังกา (Cannon Ball Tree) ต้นที่แม่ของพระพุทธเจ้าใช้กิ่งระโยงระยางนี้ต่างจากผ้าผูกขื่อ เพื่อคลอด บุดด้าน้อยๆ รูปข้างๆเป็นดอกสาระเต็มๆ สวยมากเล๊ยยย


หอไตร -- ห้องสมุดพระธรรม ตั้งอยู่ข้างวิหารวัดหัวข่วง น่ารักเป็นที่สุด!

ต่อจากนั้น ฝ่าความระอุของไอแดดเมืองน่านยามเที่ยง (โอ..นี่มันทริปอะไรกันเนี๊ยยยยย!) ก็ไปชมวัดที่เฝ้าฝันมานานว่าอยากเห็นเหลือเกิน .. นั่นก็คือ .. วัดภูมินทร์ .. โอ..โอ่อ่า ... สวย .. สวย ... และสวย

วัดภูมินทร์ตอนกลางคืน ถ่ายจากข่วงเมือง ... สวยยยยยยยยยม๊ากกกกกกกก

ก่อนเข้าอุโบสถที่อยากเข้ามากกกกก ข่มใจไว้ก่อน (ให้ความรู้สึกว่า ของดี เก็บไว้ทีหลัง ^v^) พอละฯ จึงเลือกเดินไปชมพิพิธภัณฑ์ของเก่า (เีรียกว่าอะไรไม่รู้) ที่เป็นอาคารไม้ด้านหลังอุโบสถเสียก่อน ... เข้าไปก็ไม่ผิดหวัง มีพระและวัตถุมงคงลให้เช่าบูชาเพียบ ... ธนบัตรใบละ 1 บาท สมัย ร.8 ที่ฉากหลังเป็นวัดภูมินทร์ก็มีให้ชมและซื้อ ... ของที่ระลึกก็มีมานำเสนอให้เลือกมากมาย .... เสื้อยืดกับกระเป่าน่ะเจ้า ...เอ๊ะ ๆ นี่เป็นพิพิธภัณฑ์นี่นา .. อ่อ ..ถัดจากของที่ระลึกและมุมพระเครื่องไปนิด ก็เจอกรุสมบัติค่า! เป็นตู้โชว์ของเก่าแก่บุร่ำโบราณทั้งหลาย ทั้งที่ขุดเจอ มีคนใจดีมาบริจาค เยอะแยะไปหมด .. แต่ไม่มีรูปประกอบแหะ เอิ่ววววว...เอาน่า..ของดีต้องไปเห็นด้วยตา!

และแล้ว..ช่วงไฮไลต์ก็มาถึง..แตร๊น แตร๊น...โอยหัวใจจะวาย... ถือเคล็ดนิดหน่อย ประตูใกล้ๆก็มีแต่ไม่เข้า นู่น ฝ่าเปลวแดดไปเข้าประตูอุโบสถด้านหน้านู่นค่า...

พระประธานจตุรมุขในอุโบสถวัดภูมินทร์ แฝงนัยยะ อริยสัจ4 (โอ .. ลึกซึ้งแท้)

หันไปมา ชมบรรยากาศภายในวิหารโดยรอบ ก็ไปสะดุดตากับเสาเอียงๆต้นนี้ .. ชะรอยตาเราจะไม่ดี .. เลยหันไปถามไกด์น้อยได้ความว่า อันเสาเอียงต้นนี้เกิดจากการบูรณะวัดซ้ำแล้วซ้ำเล่านั่นเองล่ะตั๊วววว



กราบพระเสร็จปุ๊บ ก็เดิน "ดูนิทาน" บนฝาผนังอุโบสถ .. อู....จะได้ค่อยๆ ดู ก็ดูได้ทั้งวันนะนี่ ;) .. ระหว่างที่ดูนิทานฝาผนังด้วยรู้งูๆปลาๆ แต่งเรื่องขึ้นมาเอง ด้นสด (ในใจหรอกเจ้า .. อายเปิ้น) .. ทีมเด็กๆ ก็เลยมาขยายความ บรรยายเรื่องราวที่ปรากฏบนฝาผนังทุกด้านให้รู้ .. ซาบซึ้งน้ำใจน้องนัก...น้องๆเอ๊ยยยย


รูปหนุ่มน้อยเมืองน่าน .. มีดอกไม้แห้งเสียบหู ว่างๆ เอามามวนเป็นยาสูบยาเส้น ส่วนสาวเจ้าหน้ามน แม่โมนาลิซ่าเมืองน่าน ..ปากแดงหน้าเนียน มวยผมเหน็บดอก ไม่มีดอกไม้แห้งเสียบหูเพราะมีแผ่นทองสลักชื่อตัวชื่อพ่อแม่และที่อยู่แทน ...

ภาพหนุ่มสาวจีบกัน ถึงใจจริงๆพับเผื่อย ;>



ส่วนภาพนี้ ไม่ดูไ่ม่ได้ ... The Whispering...กระซิบรักบันลือโลก .. ถึงเค้ากระซิบกันแต่ก็ดันแอบรู้แอบเห็นแอบได้ยิน ...เดี๋ยวเอามาบอก ;)


หลังพักเหนื่อยจากไอแดด ... ก็ชะแว๊บไปกาดเมืองน่านซื้อลาบปลามารองท้องเป็นออเดิฟ ... นั่งกินเล่นริมน้ำน่าน .. โชคดีเหลือได้เจอทีมแข่งเรือเล็กมาซ้อมฝีพายหลายทีม นั่งดูเพลิน ... ขอบคุณเจ้าคุณปู่ :)







แดดร่มลมตก .. ลาบปลาหมด เลยได้ขยับตัวไปตลาดโต้รุ่ง ... อุตส่าห์สั่งของง่ายๆ มาม่าผัด ... แต่ว่า ... โดนลัดคิวเป็นชั่วโมง ... ก็ทน ... ง่วงก็ทน .... หิวก็ทน .... สิ่งที่ได้ .... มาม่าเชื่อม! ที่มาพร้อมกลิ่นหืน! ... โฮ.......

จบตอนหนึ่งด้วยหัวใจร้าวราน ...... ร้านอร่อยที่เมืองน่านอยู่หนายยยยยยยย!!!

3 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เคยไปเหมือนกันน่าน วัดภูมินตร์ รูปที่ผู้หญิงไม่ชอบใส่เสื้อ น่านร้านอาหารไม่ค่อยมี เน้นวัดเป็นหลัก เดินไปมีแต่วัดอยู่ 4 มุมเมืองเลย เริ่ดสุดคงเป็นลานเบียร์หน้าโรงแรมชมพูภูคา,ต้นดิกเดียมอ่ะ ไม่ได้ไปขูดเหรอ, ลาวเราก้อเคยไปนะ

ปล. update blog บ่อยเหนอะ

nuk กล่าวว่า...

อิอิ
ดิกเดียม ไม่ได้ไปขูด (กลัวเจอเลขเด็ด ^^)แต่ไปลูบเฉยๆ จ้า :)

ปล. update นิดๆ จิดแจ่มใส เหอๆ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ถูกล่ะ ลูบบ่ช่ายขูด
อิอิ ดีใจ

T-T"

Blog Archive

About Me

รูปภาพของฉัน
Living life peacefully in my small place. Waiting for 'strangers' who will soon become friends.